แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลำหย่าว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลำหย่าว แสดงบทความทั้งหมด

เนื้อกลอนลำวาสนา (ลำกลอนแสดงงานมุทิตาจิต พระครูสุธีจริยวัฒน์ ดร.) - หมอลำจินตนา ปากไฟ (จินตนา เย็นสวัสดิ์)


ตั้งแต่นาทีที่ ๓ : ๒๐


เพิ่นว่าวาสนานี่แข่งกันบ่ได้ แข่งได้แต่ฟันไม้ แข่งรถแข่งลา เว่าเรื่องวาสนาคนเฮาอย่าแข่ง เว่าเรื่องวาสนาคนเฮาเจ้าข่อย ผู้ลางคนล่ะกะมีบ่ค่อยเป็นเจ้าเศรษฐี ผู้จังนึงได้อยู่เฮียนหลังดีเก้าซั่นสิบซั่น ผู้ลางคนว่านั่น หาเซ้ากันกินแลง เช่นว่าเงินกะบ่มีพอแดงค้างถงค้างไถ่ เช่นว่านากะบ่มีพอไฮ่ รับจ้างเขากิน พร้อมเป็นพร้อมเป็นสินยืมเข้ามาใช้ วาสนาคนให้คนทุกข์คนมี ขั่นว่าเฮาสิติว่าเขาขี้คร้าน ว่าบ่คิดว่าบ่อ่านหาเงินหาทอง บ่ใช้หัวสมอง ปัญญาบ่แล่น เขาล่ะกะหาเบิดแก่นบ่มีเวลา แม่นกะสิได้เงินมากะบ่พอสิห่าง หาลางเทือสบหว่างไปซื้อหมูมาขาย หมูกะเลยเกิดตายหลุบทุนไปจ้อย คันไปซื้องัวน้อย กะถืกหว่างมันลง ไปขายของกะถืกแต่เขากงหลุบทุนคุณพ่อ ผู้จังซั่นบ่ได้ก่อสร้างศีลกินทาน ไปหาหยังกะบ่หมาน ศีลทานบ่ส่ง แม่นกะสิเฮ็ดบ่จ่งทำไฮ่ทำนา สบข้าวลงราคาเทิงท่วมเทิงแล้ง มันกะบ่มีไผแต่งเอาได้ดอกคน ถ้าผู้ใด๋เพิ่นสนศีลทานแต่ก่อน แม่นนอนอยู่กับบ่อน เงินกะแล่นมาหา หักมีคนนำพาซักจูงมาให้ เฮ็ดบ่พอสิได้ นั่นไชกะได้เป็นเงินเป็นทอง ผู้จังซั่นแม่นบุญนำสนองศีลทานสร้างไว้ แม่นเกิดมาซาติใหม่บุญกะติดตามมา เฮาเอิ้นวาสนาจังซั่นกะแม่น

เฮาเอิ้นวาสนาจังซั่นกะแม่น บุญนี่ล่ะเป็นแก่นหลักแฮงสำคัญ คนเกิดมาคือกัน แต่กะบ่คือกัน ผู้มีผู้ทุก เช่นจังคนติดคุกสิไปเว่าหยังไกล ผู้จังหนึ่งบ่ได้ลักของไผ เขาหาความใส่ นั่นล่ะกรรมมาไล่ผู้เฮ็ดผู้ทำ ผู้กรรมดีกรรมดูมาสู้ ผู้กรรมซั่วกรรมตู่นำมากรรมซั่วนำมา กรรมของคนสิมา กะบ่พ้นเฮาสร้าง ฟังกะสิยกตัวอย่างเรื่องวาสนา ครั้งนึงนั่นยังมีทุกขตาผัวเมียทั้งคู่ ระหว่างเอากันอยู่กะฮักหอมทอมใจ แม่นผัวไปทางใด๋กะแล่นลัดแล่นต้อน การปูบ่อนมุ้งมัดเตียงนอน บ่ให้ผัวได้สอนวันใด๋กะบ่ละ ฮอดวันศีลวันพระดอกไม้สมมา ยกเอาบาทบาทาใส่หัวใส่เกล้า ยามกินข้าวกะตกแต่งแลงงาย บ่ให้ผัวได้บายแนวใด๋จักอย่าง เมียนั่นเป็นคนซ่างอย่างห่างอย่างมี บ่ให้คนได้ติโบราณเพิ่นว่า โบราณเพิ่นว่า อยู่มาได้หลายปีกะยังบ่เป็นท่าว่าสิห่างสิมี จนลงไปทวีเงินคำกำแก้ว เอาห่านี่เมียเลยมาคิดได้มันสิเป็นนำไผ เมียเลยตัดสินใจสิลองซินก่อนหน่า มันเป็นนำผู้ข้าหรือเป็นนำผัว มื่อหนึ่งนั้นเลยเอาไก่มาคัวแบ่งสันปันต่อน ต่อนกะไว้พอต่อน เอ็นกะไว้พอเอ็น ส่วนผู้เมียกะเส็นดูกไว้พอดูก เมียจังเอาไปคลุกใส่กับผักซีผสมเครื่องดี ๆ เฮ็ดหมกเฮ็ดห่อ ให้ลองผัวก่อนเทาะ สิไขถูกหมกใด๋ ยามผัวแก้ผัวไขสิซอมดูสาก่อน คันไขถูกหมกต่อนกะแม่นเป็นนำเมีย จนกะจนเอาเหลือเงินทองของใช้ วันหนึ่งนั่นผัวไปไฮ่กับต่าวคืนมา ผัวไปไฮ่กับต่าวคืนมา เมียเลยว่าให้ไปกินข้าวสามื่อนี่หมกไก่ ผัวเลยเด็ดไปใส่ เปิดเบิ่งไววา เปิดออกมา ไขออกมากะถืกแต่หมกดูก บัดใด๋ก่อสิทุกข์เป็นนำสามี ปรึกสากันโดยดีมาป๋ากันก่อนเทาะ หรือมันเป็นนำเพราะกะจังทุกข์จังจน ยามเฮามีกะจังฮนคืนกันเทือหน่า ส่วนผู้ผัวกะบ่ว่าเอาแต่เมียเป็น ผัวกับเมียกะเลยลงความเห็นหนีไปคนล่ะที่ ไปบ้านน้องบ้านพี่ของไผของมัน กะเลยบ่เห็นกันไปเหนือไปใต้ ส่วนผู้เมียไปได้ผัวใหม่เศรษฐี ได้อยู่เฮือนหลังดีเก้าซั่นสิบซั่น สิบซั่น ส่วนผู้ผัวว่านั่นไปเป็นคนขอทาน ไปขอนำอาจารย์วัดนั่นวัดนี่ พ่องไปขอนำพี่ญาติมิตรพงศ์พันธุ์ หากินคนละอันผัวเมียทั้งคู่ มื่อหนึ่งนั่นเมียเศรษฐีนั่งอยู่เห็นคนขอทาน หาบกะต๊าข้าวสารเสี่ยขาดผ้าขาด เมียเศรษฐีกำลังนั่งตักบาตรเสียงคนโวยวาย ขอข้าวแนคุณนายกินแลงนำแน ขอข้าวสุกนำแนพอได้กินงาย ส่วนผู้เมียผัดเลยเสียกตากายมองเห็นผัวเค้า เหลียวฮ้อยลมพันเล่ากะเลยคิดสงสาร (สิเอาผัวมาทาน) สิเอาข้าวมาทานกะบ่อึดบ่อยาก ส่วนว่าใจนั่นหากสงสารสามี เลยลักผัวเศรษฐีเอาทองคำมาให้ บ่ายใส่ปั้นข้าวใหญ่ยกให้ไววา ใส่มือทุกขตาคนจนทุกฮ้าย เพิ่นได้ปั้นข้าวใหญ่กะดีอกดีใจสิไปนั่งกินใสกะย่านแต่คนพ่อ เลยไปนั่งมอมอใต้ก้นสะพาน หมาโตนึงสะยานมายาดกินห่อข้าว เลยหลุดจากมือเจ้าซายทุกขตา ห่อข้าวนั่นกะเลยหลุดไปสาปุมปั๋มลงน้ำ บ่ทันได้กินซ่ำห่อข้าวหลุดไป ปลาโตนึงจังไรมาสวบกินห่อข้าว ตื่นมื่อเซ่าแม่ค้าขายปลา เสียงเขาโฆษณามาซื้อปลาโตใหญ่ ปลาข่อยไข่มานท้องเหยเหย ซื้อท่อใด๋ล่ะเด้บ่มีคนถามต่อ คนบ่ซื้อดอกพ่อราคามันหลาย นอยกะเห็นคุณนายเดินมาตลาด ปลาแม่ค้าเจ้าสิขายจักบาทซื้อแนขอถาม เห็นว่าปลามันงามกำลังทองไข่ เมียเศรษฐีบ่ไล่ไต่ฮอดราคา พอแต่ได้ปลามากะมีดฟันเคิงโพ่น เห็นทองคำโก่นโหล่นอยู่ในท้องปลา ทองคำกลับคืนมาเมียเดิมคือเก่า แม่นสิให้เปล่าเปล่ากะยังต่าวคืนมา นี่ล่ะวาสนาคนเฮาคุณพ่อ (แม่)

เนื้อกลอนลำซิ่งหนิงหน่อง-หนิงหน่อง เพชรพิณทอง

อาวล่ะห่านี่ ห่านี่ ผมสิมีความเว่าวาจาบอกกล่าว ผู้สาวแม่ฮ่างฟังไว้แนเด้อ บ่เยิ่นเย่อให้ถ่วงเวลา ปาฐกถาหน่อยเดียวพอฮู้ เรื่องครูไปมักลูกศิษย์ ลูกศิษย์เป็นลูกภารโรง ภารโรงผัดแม่นน้อง เจ้าของผัดแม่นพี่ภารโรง เอ้างง งง งง งง งง เอ้างง งง งง งง งง งงแสนงงงงงงนี่น้อ หลานกะด้อยังงอไปมักอยู่ คุณครูห่าล้ำทำเรื่องเสื่อมเสีย โพดกะเดี้ยดอกครับอาจารย์ ลูกหลานยังเอา ลูกหลานยังเอา น้อครูหน่อ น้อครูหน่อ น้อน้อครูหน่อ

พอทีเถิดหนา อย่าทำอีกเลย ครูเอ๋ยขอเตือน สถาบันปิ้นต่อเตือนปิ้นแป ประเดี๋ยวสิแย่เกิดเรื่องทั่วไทย จังไรล่ะยกให้หนิงหน่อย สิมัวสิหมองกะบ่ต้องเป็นห่วง แต่คุณครูผมขอประท่วง ขอห้ามอย่าเฮ็ดเลย นั่นละนานางหน่า หางตาเบิดเจอะเบิดเจ้ย อยากเมือเป็นเขยบ้านอีแม่น้อง สินสอดค่าดองแพงอ้ายบ่ย่าน ให้นอนเฝ้าบ้านเบิดมื่อกะได้ ต้องการแนวใด๋ตามใจอีน้อง บ่ให้มัวหมองหากได้กับอ้าย ฟ้าดินสลาย... บ่ลืม... เจ้า

เนื้อกลอนลำซิ่ง - หมอลำคำเก่ง บัวใหญ่



ตั้งแต่นาทีที่ ๑๖:๐๐ - ๑๙:๐๐

ว่าทอนั่น ทอนั่นสันกลอนฟ้อนแอ่น ฟ้อนแอ่น ฟ้อนแอ่น สุดสะแนนนวยเนิ่งแคนน้อยอ่อยเสียง หมอแคน (หมาย) เป่าเบิ่งเด้อ เป่าหละให้มันเกลี้ยงเกลี้ยงบทบาทลีลา เป็นจังหวะลำเพลินใส่แคนดียิ่ง เทิงมองเทิงซิ่งหลิงดูวาทย่าง สาว (ทองสูรย์) นี่มาอยู่กลางทางหมอแคนอยู่ซ้ายทางอ้ายอยู่ขวา แขนทั้งสองนั่นอย่าให้มั่ว ให้มีเหลี่ยมมีลาย เทิงเป่าไปลำไปใส่แคนเริงรื่น มีหละบ่อนยืนบทยั่งตั้งท่า ส่ายเข้ามาทางนึ่งแคนน้อยอ่วยนำ จ่ำแล้วจ่ำจ่าวย่ำลำสับ ขยับเป็นลำเพลินใส่แคนไพร้อม ทั้งวงล้อมรวมกันออกสนัน สายสัมพันธ์มาสุขสันต์เสียที สามัคคีให้มีรื่นรมย์ แสนระทมโศกเศร้าเหงาจริง หลิงหาซุ่มองดูเกินม่วน พู (ผู้) ละซานวลฟอกแป้งเริงรื่นซื่นทรวง ทุ่งใหญ่กว้างมันม่วนเอาเหลือ พู (ผู้) บ่าวเฮือเมียเผลอม่วนเด้อวันนี่ ฝนหละสิดีหรือแล้งเซิญเย้อมาเสี่ยง เสี่ยงเจ้าเสี่ยงเสี่ยงฟ้าเสี่ยงฝน เสี่ยงแล้ววนหละหันหลังหันหน้า ซึ่งพู (ผู้) ข้าซึ่งแห่ลำกลอน พู (ผู้) ใด๋หนีเมือนอนปลุกกันขึ้นแน เ ซิ่งให้แนเซิ่งแห่หมอลำ เหลียวเบิ่งของ (สุพรรณ) โตงโต้น โตงโต้น โหย่น หยอ ๆ ให้โหย่นใส่เสียงแคน สุดสะแนนหละเสียงแคนแหล่นแตร แหล่นแตร แหล่นแตร แหล่นแตร ขอต้อยแนต้อยมือเจ้าแน ทั้งหมอแคนหละก็จ้าวเสียงเข้าวูวู เหล่นจังหวะลูกคู่มีอยู่หลายตอน ให้คนนอกตกใจได้ตื่นมายามแจ้ง บทหละแสดงความเว่าหาเอามาแข่ง สาว (ทองสูรย์) อย่าทำทรงนั่น ทรงนั่นเซิญยิ้มใส่นำ แสนระกำโศกเศร้าเหงาทรวง มีหละพู (ผู้) ควงทางบ้านจริงไหมแม่นบ่ มีหละพู (ผู้) รออยู่ถ่าจริงบ่แม่นไหม

ขวัญใจยาว (น่าจะเป็นยาม) นี่เคยรักใคร แล้วคน (น่าจะคุณ) จะโศกเศร้าทำไมตัดอกตัดใจคงได้สมปอง ของน้องมันก็เต็งตึ่งดี ของน้องมันก็เต็งตึ่งดี อันนั่นเจ้าก็ดีอันนี่เจ้าก็ดีเสียทีแต่นมยาน บ่เคยนั่นกาลองเหล่น ขั่นนางเห็นหละของอ้ายจักเทือ ย่านเจ้าหลงหละสะน้อทางเมือ ย่านเจ้าเฟือนำกอไก่เกี้ยว เกี้ยวอ้ายอยู่บ่เซา นั่นละนานวลนา นานวลนวยเอ่ย ลงเถาะเมื่อยวะ

ป.ล. อาจจะอ่านยากหน่อยนะครับ เพราะผมใช้วิธีถอดทั้งที่เป็นเสียงจริงและถอดเป็นคำไทยผสมกัน หากไม่ใช่คนอีสานอาจจะอ่านยากหน่อยครับ เนื่องจากอาจจะไม่รู้สำเนียง 

เนื้อกลอนลำหมอลำซิ่ง-หมอลำสมาน หงษา




      แม่เอ๊ยแม่เอ่ยแม่ หมอลำซิ่ง ลำซิ่ง หมอลำสตริงคือประยุกต์ขึ้นใหม่ ยุคไฮเทคนั่นได้เดี๋ยวนี่เปลี่ยนแปลง ขอบอกแจ้งประยุกต์จากลำไกลผู้ฟังหิวนอนแน่จริงเด้อเจ้า ลำกลอนเฮามันเศร้าฟังไปบ่เต้นตื่น ลำแต่กลอนเบิ่ดคืน แคนดวงเดียวเป่าจั่นคนนั่นเลาเซ็ง บ่ได้เดได้เด่งคนอ่อนนอนมิด ศิลปินนี่กะเลยมาคิดแก้ทางคือเว่า บ่ให้เหงานอนเฝ้ากองบุญคุณพ่อ จังได้ก่อได้เริ่มเสริมสร้างพัฒนาดพราะว่าโลกก้าวหน้าโดดเด่นไปไกล จักเพลงไทยเพลงจีนพัฒนากันแล้ว บ่มีแนวเหลือค้างกันตรึมขับงึมใส่ดนตรีกันตึ้ม ตึ้ม ตึ้ม ตึ้ม กะไทยพร้อมหมู่พวน ใส่ดนตรีครบถ่วนคือจังม่วนพอฟัง ลำกลอนหยังมีแต่แคนดวงเดียว ม่วนกะคือเป็นหล้า คนเมือป๋าแต่ละพอหกทุ่ม ๆ กองบุญกะแปนเป๊า คันลางบ้านเหลือแต่ผู้เฒ่ากับหมาน้อยสี่โต๋

     แม่เอ๊ยแม่ ลางบ้านนั่นใกล้สิแจ้งโข่โหล่กะเหลือแต่ศรัทธา เอิ่นหาคนดังไฟเฮ็ดครัวยามเซ่า เอิ่นคนมาหนึ่งเข่าหมอลำเอิ่นให้แน ๆ ให้แน ๆ เอิ่นอีสีอีแหล่ ๆ มันไปลี่อยู่ใส จังเหตุนี่ได้จังได้แต่งตามยุค เพื่อจักปลุกใจคนผู้คงให้จาแจ้ง ยามแสดงลำไปนั่นมีกลองตีใส่ พวกคนฟังอยู่ใต้กะหลงฟ้อนใส่นำ เสียงมะลึ่งตึ่มต้ำลำใส่ดนตรี โหลดบ่มีความเหงาม่วนเมาหลงเต้น ยินดนตรีเขาเล่นทางแอวกะหักอ่อน ผู้ฟังกลอนอยู่ใต้หมอแคนต้อนอยู่เทิง หยังกะดังเติ้ง ๆ จังสิเบิ่งทางได๋ เกือบสิลืมหันใจพุ้นละแหมลำซิ่ง บ่จักหญิงซายเต้นนำกันแหยะแย่ง ถืกใจแฮง ๆ ให้แม่นพวกขี่เหล้าเมาฟ้อนบ่อยากเมือ ผู้บางคนเกิดบ่นุ่งฮอดเสื้อมาเต้นใส่กลองซุด เหยี่ยวบ่สุดที่คักอาบลงนำซ่ง เกิบกะหลงลืมถิ่มทางได๋บ่ฮู้เมื่อ ถิ่มฮอดเกิบฮอดเสื้อเหลือซ่งอย่างเดียว เมียมานำขอดเขี่ยวโอ้ยอย่าเกี่ยวนำกู บ่จักสูจักดันยักยันดึงไว้ กูบ่ไปใสแหล่วมาฮอดกะปานด่า ตานั่นมืนบ่ขึ่นทางเต้นบ่เซา มือนั่นถือขวดเหล่ากำบ่มีวาง ออกท่าทางปานฝนใส่ตัวขัวซ่าย เกินม่วนหลายซาแล้วเทิงเมาเทิงวิ่งมาฟังลำแบบซิ่งเมียนั่นบ่สน

     แม่เอ๊ยแม่จักข่าพเจ้านี่ซื่อว่าสมาน กะผมขอรายงานสู่ฟังพอฮู้ เป็นหมอลำเจ้าซู่คง (น่าจะหมายถึงโคลง) กลอนเกี่ยวย่อน สาวออนซอนซักดิ้น ๆ ป๋าก้นเล่นนำ รูปกะหล่ออีกซ่ำบ่แม่ธรรมดา ซำดาราในหนังให้อย่าเอามาใกล้ ไปลำใสคนย่องเสียงฮ่องปานอึ่ง ลำกะได้ที่หนึ่งบ่จักขันและถ่วยเต็มตู้อยู่เฮือน หยังกะเด้นบ่เอื่อนฮ้ายกว่าฝนตก ลำตลกแฮฮาด้านประชันเกมเย้ย อย่าถามเลยมวนนี่หลายปีคนซา หมอสมานหงษาละบ่คาบ่ข่องคนย่องทั่วแดน ร่างอ่อนแอ้น ๆ ว่าแม่นบักฉัตรชัย อยู่ในจอทีวีหละบักแคนเป็นน่อง เดี๋ยวนี่เนาในห่องว้าดิ๊นเขตเข่ง อยู่อ.วาริน ๆ สำนักพักยั่ง ๆ อุบลบ้านจื่อเอา

    แม่เอ๊ยแม่จังเมียนั่นได้ ๆ ผัดมีอยู่หกคน ผู้หนึ่งนั่นเอาอยู่เมืองอุบลแต่งเบิ่ดพันแปด ๆ บ่เคยให้ตากแดนเอาเซียงไว้ในไห ผู้หนึ่งนั่นไปเอาอยู่เมืองไทยแต่งหลายขนาด เบิ่ดละไปสิบสองบาทกับเกวียนสามทอ เอาได้บ่เคยรอเอาแล้วเอาอีก คันบาดออกลูกข่อยกะย่านมันกีก ๆ ลวกลากป๋าหนี คันผู้หนึ่งนั่นเอาละอยู่ทางอิถีกะมูลปโมก คันเอาอยู่โคกกะมาลีดอนโพนี่กะงามปาดโท้ปานย่างแบบไว่ เขาอยู่ทางเชียงใหม่หนองหานหนองคาย เบิ่ดเงินไปตั้งหลายซีห่ากระสอบ คันบาดออกลูกนี่กะปานผีปอบผีไฮ่ผีนา บ่จักหูจักตาเรียกคุณเรียกพี่ ก้นอักนั่นซะผัดแหลมเอานีปันว่าเหล็กซีจังผัดเขียวคึดหนีป๋าไปบ่ซ่าง โอ้เด๊หนอน่องเอ่ย เออ เออ เห่อ เออ เอิง เอย ๆ สาวแล่นย่วยแลนหยั่งนำก้นนำตอย ผมสมานสมานนี่กะเอาบ่ถอยผู้ลูกสองลูก บ่จักเพลินจักกู๊กทางหน่าทางหลัง เดี๋ยวนี่เลยบ่หยังจักคนซ่ำดอก ไปหาลำหาตอกแต่กี้ศูนย์สามบ่ได้ไปถามข่าวหาจักเถือ ผัดเทือเมือศูนย์เก้าพ.ศ. สมานหงษาละเป็นบ่าวปอหลอขึ่นมาอีกละ ผมโลดบ่ซะนะเว่าลูกเว่าเมียแนวเว่าแล้วเสียเงินทองกล่าว ๆ มื่อนี่พ่อ ๆ บ่ได้เห็นซู่เก่า ๆ กะอยู่ข่างเวทีนี่เห็นว่าผู้ดีข่างสีเปิงเสิ่ง ๆ ๆ หึสิเอาลองเบิ่งอีกบ่จักคน สำหรับไว้หลกขนขี่แฮดขี่ตุม แนมเบิ่งหน่าผัดหัวยุ่ม ๆ คือสิได้อีหลี ๆ คือสิได้อีหลี  สีนานวลม่วนไว้ก่อนหน่าทอนั่นหน่า


หลัง ๆ ฟังยาก ประโยคบางประโยคอาจอ่านแล้วไม่เข้าใจ ใครฟังได้ความอย่างอื่นโปรดชี้แนะด้วยนะครับผม

เนื้อกลอนลำประวัติขอนแก่น เมืองเลย - หมอลำสมาน หงษา



   เด้อยาพ่อ ผู้มาบัดนี่ บัดนี่ สิจักกล่าวเรื่องขอนแก่นเจดีย์ ของโมลีน้อแม่นเถระกะพระอาจารย์ทั้งเก้า ได้มาเนาน้อละแม่นนอนค้างกลางไพรซ่นฮม แต่ธาตุพนมนอนห่มขามครั้งนั่นอยู่ริมน้ำแม่ธาร ในคืนนั้น แนมเห็นอัฐิท่าน สมนะโคดม ลอยอยู่กลางเวหา เหือเหืองเหลืองจ้า ตื่นขึ่นมากะเลยสร้างปูแปลงธาตุใส่ เอิ่นนั่นนอ เอิ่นวาธาตุขามใหญ่หรือขามแก่นแต่พุ่นคนเว่าบ่แปลง เมืองขอนแก่นกะโอ้แม่นเขตแคว้นตั้งแต่ก่อนเป็นดอนเขือง ก่อสิมาเป็นเมืองก่อแปลงหลายครั้ง โอ้ตั้งแต่ก่อน เพียเมืองแพงจากร้อยเอ็ดไปตั้งอยู่โขงแดนซีล่ม สร้างอยู่หั่นตั้งดน เมืองขอนแก่นเกิดห้างเลยย้ายต่อไป จังบัดนี่ได้ย่ายมาใส่ดอนยม บ่อนพุ่นหละ บ่อนฝั่งซีดีอุดมแต่เกิดอาโปท่วม เลยรวมกันจัดตั้ง จัดตั้งกะลงมาทงสว่าง เมืองโสนเรียบข้างกะบึงสโนเรียบข้างวางไว้ใส่แผน เฮาจังเอิ่นว่าแคว้นขอนแก่นเจดีย์ สมัยองค์จักรีแต่งแปลงเมืองบ้าน เมืองบ้าน กะจังขนานนามตั้งกันว่าบ้านขอนแก่น รึคำแปลงแต่พุ่น คุณนั่นอย่าเดา เมืองท่าบู๋นั่นเจ้า คือพระซอดบู๋ดิน เรียกพระยืนเล็งยานซื่อกัสปเจ้า เพื่อสิเดินไปเข่าโคตรบูรณ์พื่นแผ่น ส่วนนั่นนอ ส่วนถ่าพระนั่นแม้นคนได้พบพระเจ้าอยู่ริมน้ำแม่ธาร มาบัดนี่เด้อยาพ่อ คนได้พบพระเจ้าอยู่ริมน้ำฟังซล โอ้โนนทันนั่นขั่นสิเว่าตั้งแต่ต้นคืนำแห่เลยพบ พอมาถึงโดนทัน พระลับหันหลังจ้อย เลยสิวอยตามส่นว่าพระคือฮู่ข่าว คือนั่นนอ คือพระพุทธรูปเจ้ากะเลยซ่ำบ่ทัน เมืองพลนั่นแต่ก่อนซื่อเมืองเพีย อุดเพียของชุมนุม ชุมนุม กะเพียของชุมนุมกะแต่เดิมดาเค้า ได้เฮ็ดเตาหลอมสร้างภูเหล็กบ่ตะกั่ว โอ้น้องเอ่ยหมอลำซั่วบ่ฮู่ครูเจ้าบ่สอน

   บัดนี่ย่อนเว่าบ่อนขนวน (กระนวน) ตก แต่พุ่นละแต่บั้งไฟพญาขอมสู่ขนวนหลุดค่าง ปางเฮาเอิ่นหนองโก๋ แดนด่าง น้ำพองหนองหาน นี่หละเป็นข้ออ่างมีแท่เรื่องจริง มีหลักอิงไปหน่าภูเวียงวงรอบ บ่อนนี่หละบ่อนเขาสูงพระเจ้า พระเจ้าได้เนายั่งนั่งนอน ตั้งแต่ก่อน มีสาวงามก่ำก้อนยอดสง่านารี เป็นสตรีเลอโฉมซื่อนางเขียวข้อม โอ้ในตอนนั้นพระแดงฮวยมนร้องตันของยาวยาน เสกนั่นนอเสกข้าวสารแล้วได้กะตันล้อมฮอมเมือง ฮอดเดี๋ยวนี่ เป็นภูเขาฮอดเบื่อง ตันฮอดเขตลำพอง ลำพอง ลำพองกะไหลนองมาถึงฮอดภูเวียงพี่เป็นคีรีเขาขั่นภูเม็งมอญแต่ง มีฮอดภูผาแด้ง เมืองมัญจาเขตเบื่องที่เขาเอิ่นว่าเตียง เด้อยาพ่อ ส่วนซุมแพเขตเบื่อง คือเอาไผ่หนีตายจังได้หมายซุมแพชื่อเดิมมันแท้ เบิดซุมแพละจังเข่าละจังเมืองเลยมืดบ่า บ้านนั่นนอ บ้านนาอ้อก้างปาวังสะพุงเลียบพุ่นคุณนั่นอย่าถาม มีเขาอยู่ฝั่งน้ำ ตันยอดเขตลำพอง มีเขาอยู่ฝั่งน้ำอยู่ยอดเขต สูงจนดินน้อสิพังทรุดไปเบิ่งเอาเด้อเจ้า นั่นหละผานกเค้าภูเขาอิงสาป ตั้งแต่เป็นนกเค้ามากินบ้านหมู่คน มักคาวานท่านต้น เพิ่นเลยสาปพญานกให้เป็นละภูผาหินต่อมาเดี๋ยวนี่จังได้มีนามเอิ่นตามตำรากี่เก่า เอิ่นนั่นนอ เอิ่นนั่นหนอเอิ่นว่าผานกเค้าบ่มีได้เปลี่ยนแปลง ภูกระดึงบอกแจ้ง อยู่เขตด่านดงลาน อันนี่นั่น เป็นสัญญาณ สัญญาณน้อกะดิ่งแก่นอยู่เขตภูพันธุ์ไม้กะยังลี่ภัยมาตองกะดิ่งทองตองติ่ง ตองติ่ง ตองติ่ง เด้อยาพ่อขั่นพ่อพระอินทร์เพิ่นกะมาลำซิ่งหลิงจ้องเบิ่งเฮา อยู่ต่อมานั่นเจ้า คนประมาทลืมศีล พ่อพระอินทร์เลยตัดขาดลงถึงพื้น ฮอดเดี๋ยวนี่เกิดเป็นภูผาขึ้นแต่ภูกระดึงแดนป่า บัดพุ่นหละบัดศรีอาริย์ลงมาภูกระดึงลูกนี่สิดังก้องหวั่นไหว วังสะพุงนั่นได้ คือขี่โพงควายเงิน ปัดลงไปพุงซะ พุงซะ กะเหลือดไหลลงไต้ ไกลวังใสไฟแดด ไปลำเลยมืดป่า บ้านพุ่นหละบ้านนาอ้อก้างปาคีรีสาปบอกแจ้งมาแล้วเล่าแถลง เมืองเลยนั่น ตามประวัติบอกแจ้งว่ากุดป้องคลองหมาน สร้างบ่นานปานได๋ไล่ตามแต่นำซี่ คราวนั่นนอคราวอมาตย์ทองดีหมอปาวีบ่ยอมขึ้นนำกันฝรั่งเศสเลยโอนเขตแปลงบ้านขนามตั้งแต่งเป็น เชียงคานนั่นขั่นสิเว่าแต่พุ่นคือฟานหมอบนำควายลุงเอ่ย นำหาฮอยสืบหาจนฮู่เอิ่นว่าแก้งขดคู่บัวโฮมผาแบ่ง หรือว่าผาแบ่งหน่าควายห้าอยู่เขา บัดนี่เจ้าให้ลำต่อกันไป เด้อสาวนางกาฬสินธุ์ สารคามหน่ำกันให้มันเกลี้ยงร้อยเอ็ดเจ็ดเมืองเสี่ยงหัวขั่นได๋เก้าป๊อง ฮู่แน่บ่แล้วน้องลองเว่าต่อกัน สีนานาลม่วนไว้ก่อนนา ท่อนั่นนา


แกะตามเสียงที่ได้ยินนะครับ บางคำ บางประโยคอาจจะอ่านแล้วไม่เข้าใจก็มี และอีกประการเพราะเป็นศัพท์โบราณ